ศึกสุดท้ายของเสรี แต่ก็คงต้องยืดเยื้ออีกเป็นปี


นิตยสารผู้จัดการ( กุมภาพันธ์ 2527)



กลับสู่หน้าหลัก

สำหรับเสรี ทรัพย์เจริญ แห่งราชาเงินทุนแล้ว ชีวิตประจำวันใน 4-5 ปีที่ผ่านมาคือการขึ้นโรงขึ้นศาลตลอด เสรีขึ้นศาลจนตัวเองแทบจะทะลุปรุโปร่งในข้อกฎหมายต่างๆ

ล่าสุดอัยการส่งเสรีขึ้นฟ้องศาลในข้อหาฉ้อโกงประชาชนโดยโจทก์คือ อัยการแต่ผู้เดียว

“เขาเคยลงหนังสือพิมพ์ประกาศเรียกหาประชาชนผู้เสียหายมาเป็นเจ้าทุกข์แต่ก็ไม่มีใครแสดงตัว เคยมีอยู่ 2 ท่าน เข้ามาแต่พอทราบข้อเท็จจริงแล้วก็ขอถอนตัวไป” เสรีเล่าให้ “ผู้จัดการ” ฟัง

ความจริงเสรีเคยถูกตั้งข้อกล่าวหามาแล้วครั้งหนึ่งโดยสำราญ กัลยาณรุจ กรรมการคนหนึ่งของธนาคารกสิกรไทยซึ่งอยู่ในชุดกรรมการควบคุมราชาฯ แจ้งกองปราบว่าเสรียักยอกทรัพย์ ในกรณีของตะวันออกคลังสินค้า และกรณีซื้อขายหุ้นบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง เป็นจำนวนเงิน 284 ล้านบาท

ผลของการแจ้งความในกลางปี 2522 ทำให้เสรีต้องถูกจับกุมและถูกขังอยู่ 4 วันจนกระทั่งคณะกรรมการสอบสวนของกรมตำรวจได้ตรวจสอบข้อถูกต้องว่าไม่เป็นความจริง เสรีก็เลยถูกขังฟรีมา 4 วัน

จากวันนั้นเป็นต้นมา เสรีก็ต้องสู้ความอย่างเหงื่อตกกีบเพราะต้องสู้กับผู้ที่มีอำนาจในวงการราชการ

จนกระทั่งเสรีเคยได้ชัยชนะในยกแรกเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า บริษัทราชาเงินทุนไม่ล้มละลาย คณะกรรมการชำระบัญชีอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษา เสรีก็ฎีกาผลฎีกายังไม่ออก

กลับมาถึงเรื่องที่กองปราบเมื่อเล่นงานเสรีเรื่องยักยอกทรัพย์ไม่ได้แล้ว ก็เริ่มหาเรื่องฉ้อโกงประชาชน แต่หลังจากพยายามหาเจ้าทุกข์มาตั้งแต่ปี 22 ถึงปี 26 เป็นเวลา 5 ปีก็ยังหาไม่ได้

พอดีจังหวะเหมาะที่สุธี นพคุณล้มกับ EDT กระแสประชามติกำลังแรงที่จะให้เข่นฆ่าผู้บริหารทรัสต์ที่บริหารเหลวแหลก และประจวบเหมาะกับที่คณะรัฐมนตรีตราพระราชกำหนดออกเป็นกฎหมายของไทยที่รุนแรงกว่าเก่า ยังไม่ทันที่เสียงประกาศพระราชกำหนดจะจางไปสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย กรมอัยการซึ่งพยายามฟ้องเสรีมาตั้งแต่ 2522 ก็เกิดตัดสินใจส่งเสรีฟ้องทันทีในธันวาคม 2526 เป็นการบังเอิญที่ช่างเหมาะสมกระไรเช่นนี้กับประกาศของพระราชกำหนดใหม่ที่ออกมาพอดี

แต่โชคของแพะที่ชื่อเสรียังดีอยู่ ที่เกิดป่วยขึ้นมาไปขึ้นศาลไม่ได้ในช่วงธันวาคม ก็ขอเลื่อนมาเป็นมกราคม

“ถ้าเสรีขึ้นศาลตอนนั้นจะก็เข้าล็อกพอดีเลยกับพระราชกำหนดที่เพิ่งออกมา หนังสือพิมพ์ก็คงมีเรื่องเล่นกันอีกพักหนึ่งทั้งๆ ที่กรณีราชาเงินทุนกับกรณีการล้มของทรัสต์อื่นไม่เหมือนกัน” ผู้สังเกตการณ์ท่านหนึ่งที่ทำคดีนี้มาตลอดให้ความเห็น

เสรีประกันตัวไปอีกครั้งเป็นเงิน 1,000,000 บาท โดยเอาที่ดินเข้าประกัน

“ผมเกือบแย่ ผมคิดว่าแค่ 200,000 บาท” เสรีเล่าให้ฟังเพิ่มเติมเป็นที่สังเกตว่าการประกันตัวในขั้นสอบสวนของเสรีที่กองปราบต้องใช้เงินประกันร่วม 4 ล้านบาท ในขณะที่สุธี นพคุณ ประกันเพียง 500,000 บาท และจนบัดนี้สุธียังไม่โดนข้อหายักยอกทรัพย์หรือข้อหาฉ้อโกงประชาชนเลย!”

“ผมคงต้องสู้ไปตลอดจนกว่ากรรมการจะตัดสินแพ้หรือชนะเป็นเด็ดขาด ผมรอได้ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ผมสามารถรอได้ แม้จะเป็นตลอดชีวิต” เสรี ทรัพย์เจริญ พูด

เสรีเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยคงพอจะเป็นที่พึ่งของผู้เดือดร้อนได้ แต่มาตอนหลังๆ ชายผมสีดอกเลาคนนี้เริ่มจะไม่แน่ใจในคำว่า “กระบวนการยุติธรรม”

“ตอนนายสำราญ กัลยาณรุจแจ้งความกับกองปราบว่าผมยักยอกทรัพย์ แล้วคณะกรรมการสอบสวนของกรมตำรวจสอบแล้วว่าไม่จริง ผมในฐานะที่เป็นเจ้าทุกข์ผู้เดือดร้อนก็แจ้งกับกองปราบว่านายสำราญแจ้งความเท็จ กองปราบกลับเก็บเรื่องของผมเข้าลิ้นชัก ผมส่งจดหมายร้องทุกข์ไปอีก 3 ฉบับลงวันที่ 26 มีนาคม 2523 กล่าวหา นายสมพงษ์ ธนะโสภณ กับนายตามใจ ขำภโต ว่ารวมกันกระทำผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมพร้อมด้วยรูปถ่ายเอกสารยืนยันการกระทำผิดของบุคคลทั้งสองอย่างชัดแจ้ง แต่พนักงานสอบสวนของกองปราบมิได้เคยแจ้งผลคืบหน้าของการสืบสวนให้ผมทราบเลย” เสรี ทรัพย์เจริญ ระบายออกมาอย่างท้อแท้ใจ

เสรีไม่เข้าใจว่าในเรื่องของเขาในเมื่อไม่มีประชานร้องทุกข์แม้แต่คนเดียว แต่กองปราบกับกรมอัยการถึงกระเหี้ยนกระหือส่งเขาฟ้อง แต่เรื่องที่มีเจ้าทุกข์ร้องเรียนกองปราบกลับทำเงียบ

สำหรับ พลต.ต. บุญชู วังกานนท์ ผู้ซึ่งเข้ามากุมบังเหียนกองปราบปรามยุคใหม่นี้ก็คงนึกไม่ถึงว่าจะต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้

และเมื่อตัวผู้การได้รับจดหมายร้องทุกข์และลงทะเบียนตอบรับของเสรี ทรัพย์เจริญ แล้วผู้การกองปราบหนวดงามคนนี้คงนึกในใจว่า ให้ไปยิงกับขุนโจรสักสิบคนยังจะดีกว่ามาเจอเรื่องที่ตัวเองกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้

เสรีก็คงต้องเอาเวลาเป็นเพื่อนแล้วก็รอต่อไป ไหนๆ ก็รอมาแล้วตั้ง 5 ปี จะรอต่ออีก 5 ปี ก็คงจะไม่เป็นไร สำหรับกระบวนการยุติธรรมของไทย



60 ซอยถวัลย์ศักดิ์ ถนนประดิพัทธ์ กทม.

4 มกราคม 2527

เรื่อง ร้องทุกข์กล่าวหาว่ากระทำผิดทางอาญา

เรียน ผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม สามยอด

ข้าพเจ้ามีความประสงค์จะร้องทุกข์ต่อท่านว่า เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2522 นายสำราญ กัลยาณรุจ ได้ให้การกล่าวหาข้าพเจ้าอันเป็นเท็จต่อ พล.ต.ต.อุดม ลัดพลี หัวหน้าพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางว่า เป็นผู้ได้รับมอบอำนาจจาก นายสมพงส์ ธนะโสภณ ประธานกรรมการควบคุมบริษัท ราชาเงินทุน จำกัด ไปร้องทุกข์มอบคดีกับพนักงานสอบสวนว่า ข้าพเจ้ากระทำผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 354 ในกรณีเกี่ยวข้องกับ บริษัท คลังสินค้าตะวันออก จำกัด เป็นค่าเสียหาย 233 ล้านบาท และในกรณีซื้อขายหุ้นบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด คิดเป็นเงินค่าเสียหายประมาณ 51 ล้านบาทเศษ เพื่อจะแกล้งให้ข้าพเจ้าต้องรับโทษ เป็นเหตุให้ข้าพเจ้าถูกจับกุมคุมขังไว้ระหว่างสอบสวนที่กองบังคับการกองปราบปรามสามยอด ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 4 กรกฎาคม 2522

นายสมพงส์ ธนะโสภณ ขาดคุณสมบัติที่จะเป็นประธานกรรมการควบคุม เพราะเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 22(7) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุนฯ พ.ศ. 2522 (ฉบับที่ใช้บังคับในขณะเกิดเหตุ มิใช่ฉบับแก้ไขใหม่โดยพระราชกำหนด ปี 2526) จึงไม่ใช่ผู้แทนของบริษัทราชาเงินทุน จำกัด โดยชอบด้วยกฎหมายที่จะมอบอำนาจให้นายสำราญ กัลยาณรุจมากล่าวหาดำเนินคดีกับข้าพเจ้าได้เลย แต่บุคคลทั้งสองได้ร่วมกันกล่าวหาข้าพเจ้าอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวนเพื่อจะแกล้งให้ข้าพเจ้าได้รับโทษ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172, 173 และ 174 ข้าพเจ้าจึงขอร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเอาผิดกับบุคคลทั้งสองและผู้อื่นที่ได้ร่วมกระทำผิดไม่ว่าจะเป็นตัวการร่วมกัน ตัวการผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนต่อไป

อนึ่ง ข้าพเจ้าได้รับหนังสือที่ มท.0615 (ป.4)/4609 ของกองปราบปรามให้ส่งตัวข้าพเจ้าไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นฟ้องในคดีที่ต้องหาว่าร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยมิได้มีประชาชนสักคนเดียวไปร้องทุกข์กล่าวหาข้าพเจ้า แต่ในเรื่องนี้ข้าพเจ้าได้มีหนังสือร้องทุกข์ ลงวันที่ 26 มีนาคม 2523 รวม 3 ฉบับ กล่าวหานายสมพงส์ ธนะโสภณและนายตามใจ ขำภโต ว่าร่วมกันกระทำผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม พร้อมด้วยรูปถ่ายเอกสารยืนยันการกระทำผิดของบุคคลทั้งสองอย่างชัดแจ้งนั้น พนักงานสอบสวนกองปราบปรามมิได้เคยแจ้งผลคืบหน้าของการสอบสวนให้ข้าพเจ้าทราบเลย

ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องที่ข้าพเจ้าร้องทุกข์ใหม่นี้ และเรื่องที่ข้าพเจ้าเคยร้องทุกข์ไว้แล้วอีก 3 เรื่องคงจะได้รับความเอาใจใส่จากพนักงานสอบสวนเช่นเดียวกัน หรือยิ่งกว่าคดีที่ข้าพเจ้าตกเป็นผู้ต้องหาโดยไม่มีผู้กล่าวหา จึงขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วย

ขอแสดงความนับถือ

(นายเสรี ทรัพย์เจริญ)


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.