ฮวงจุ้ยของสุสานจีนที่ถนนสีลม


นิตยสารผู้จัดการ( ธันวาคม 2533)



กลับสู่หน้าหลัก

ย่านธุรกิจสีลมทุกวันนี้แออัดไปด้วยอาคารใหญ่น้อยทั้งเก่าและใหม่เต็มไปหมดรวมถึงออฟฟิศคอนโดฯที่กำลังผุดขึ้นอีกมากมาย เรียกได้ว่าไม่มีที่ว่างให้อาคารใหม่ๆได้เกิด หากไม่ทุบทิ้งอาคารเก่าๆเสียก่อน

แต่ถึงกระนั้น ที่ดินผืนงามริมถนนสีลมก็ยังเหลืออยู่อีกส่วนหนึ่ง เป็นที่ดินผืนซึ่งสงบเงียบและวังเวงด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งดำรงคงอยู่อย่างต่อเนื่อง นับย้อนไปได้ถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อประมาณปี 2480

แต่เดิมบริเวณสีลมเป็นที่อยู่อาศัยของกรรมกรจีนหรือที่เรียกกันว่าจับกัง ทำงานขนสินค้าตามท่าเรือย่านบางรัก ดังนั้น สีลมจึงเป็นถิ่นชานเมืองที่ค่อนข้างแย่ กล่าวในปัจจุบันก็อาจเรียกเป็นถิ่นเสื่อมโทรมได้ขณะที่บางรักเองเป็นชุมชนการค้าของพ่อค้าจีน มีโรงสีข้าวโรงเลื่อย ส่วนสาธรนั้นก็เป็นชุมชนฝรั่ง

นอกจากนี้ถนนสีลมเคยเป็นคลอง ก่อนที่จะกลายเป็นถนนเช่นในปัจจุบัน ส่วนถนนเดโชที่เชื่อมระหว่างสีลมกับสุรวงศ์นั้นมีมานานก่อนหน้าแล้ว

พรชัย ตระกูลวรานนท์อาจารย์สาขามานุษยวิทยา คณะสังคมวิทยา-มานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิ-โหราศาสตร์จีนกล่าวกับ “ผู้จัดการ” ว่า “การมีสุสานตั้งอยู่ที่สีลมจึงไม่ใช่เรื่องแปลกในสมัยก่อนและตรงบริเวณแยกเดโชที่มาตัดกับสีลมเป็นทางสามแพร่และยังเป็นที่ตั้งของสุสานหลายแห่งนั้นก็เพราะในคติจีน ทางสามแพร่งจะใช้ประโยชน์อย่างอื่นๆคงยาก นอกจากว่าจะใช้เป็นที่สาธารณประโยชน์ เป็นที่ทำการรัฐบาลหรือสุสานเท่านั้น”

พรชัยสันนิษฐานว่า “ศพที่ฝังอยู่ในสุสานจีนบริเวณสีลมเหล่านี้คาดว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับตระกูลจีนที่เป็นใหญ่เป็นโตในปัจจุบันเว้นเสียแต่ว่าลูกหลานจะไปได้ดิบได้ดีในภายหลังเพราะสมัยก่อนนั้นไม่มีคนจีนตระกูลไหนคิดจะฝังศพญาติพี่น้องไว้ในประเทศไทย เนื่องจากคนจีนที่อพยพเข้ามาทำมาหากินในไทยไม่ได้คิดที่จะตั้งรกรากที่นี่ โดยทั่วไปคิดแต่เพียงทำงานหนักเพื่อสะสมเงินส่งกลับบ้านที่เมืองจีนเท่านั้น คนจีนที่จะฝังศพไว้ในไทยจึงเป็นพวกที่ขัดสนแร้นแค้นจริงๆก็เป็นพวกจับกังนั่นเอง จนมาสมัยที่จีนคอมมิวนิสต์ขึ้นปกครองบ้านเมือง ความคิดจึงเปลี่ยนไป”

สุสานจีนที่ถนนสีลมมี 3 แห่งคือสุสานจีนฮกเกี้ยนบาบา สุสานจีนแคะ และสุสานจีนกว่างเจ้าหรือกวางตุ้ง โดยแต่ละแห่งมีที่ดินประมาณ 2-4 ไร่

ขนบธรรมเนียมของจีนจะไม่มีการเผาศพแต่จะใช้การฝังศพซึ่งสำหรับผู้ที่มีฐานะจะมีการฝังศพ 2 ครั้ง พรชัยอธิบายกับ “ผู้จัดการ” ว่า “การฝังครั้งแรกเพื่อทำลายอาถรรพ์ของความชั่วร้าย ฝังให้ผีเลวกลายเป็นผีดีคือเป็นวิญญาณบรรพบุรุษ เมื่อครบ 3 ปีแล้วจะมีการขุดกระดูกออกมาเพื่อทำการเสี่ยงทายลักษณะกระดูกโดยผู้เชี่ยวชาญ แล้วนำไปฝังครั้งที่สองที่บ้านเกิดหากฝังบรรพบุรุษไว้ในที่ดีลูกหลานก็จะทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง”

สถานที่ที่ดีสำหรับการตั้งสุสานฝังบรรพบุรุษมีหลักเกณฑ์มากมาย เช่นต้องอยู่บนที่สูงดินไม่แห้งหรือเหนียวจนเกินไปมีการระบายน้ำดี อากาศถ่ายเท ลมโกรก ไม่มีพายุ หากเป็นที่ราบเนินเขาและหันไปทางทิศใต้จะดีมาก ซึ่งที่ที่เหมาะสมในเมืองไทยคือสระบุรี ชลบุรีและภูเก็ต

จะเห็นได้ว่าลักษณะภูมิศาสตร์ที่ดีเหล่านี้ไม่ใช่บริเวณสุสานที่ถนนสีลมในปัจจุบันแน่นอนและจากการสอบทานจากผู้รู้หลายท่านให้ความเห็นตรงกันว่าสุสานจีนตรงถนนสีลมเป็นสุสานคนยากคนจนโดยแท้

สุสานเหล่านี้เป็นสมบัติของสมาคมหรือมูลนิธิจีนกลุ่มต่างๆซึ่งทำงานเพื่อการกุศลเพื่อสวัสดิการแก่ชุมชนโดยผู้มีฐานะได้บริจาคที่ดินเพื่อให้ฝังศพคนยากจนซึ่งไม่มีปัจจัยจะนำศพบรรพบุรุษกลับไปฝังที่เมืองจีนได้

อย่างไรก็ดีสุสานจีนเหล่านี้ได้กลายเป็นสุสานปิดมาเป็นเวลาช้านาน ไม่มีศพใหม่ๆเข้ามาฝังอีกนับได้ 20-30 ปีแล้ว ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่คนจีนในไทยเริ่มนิยมฝังศพบรรพบุรุษแถบชลบุรี สระบุรีกันแล้ว

ทั้งนี้การขนศพไปฝังในจีนเป็นการยุ่งยากมาก แม้จะเคยมีบริษัทในซัวเถารับจัดการขนศพบรรพบุรุษไปฝังในจีนก็ตามแต่ปรากฏว่าเมื่อเกิดสงครามกลางเมืองในจีนและมีการปิดประเทศในเวลาต่อมานั้น ทำให้การขนส่งศพลำบากมาก ต่อมามีบริษัทในฮ่องกงรับจัดการขนศพในลักษณ์เดียวกัน แต่ก็ปรากฎว่าไม่สามารถทำได้อย่างสะดวก และมีศพซึ่งในเวลาต่อมาได้ทำการเผาเหลือแต่กระดูกตกค้างอยู่ที่ฮ่องกงเป็นจำนวนนับพันๆราย ที่ยังไม่สามารถนำกลับไปฝังที่เมืองจีนได้

พรชัยเล่าว่า “ในบรรดากระดูกนับพันๆรายที่ฮ่องกงนั้น มีอัฐิที่ส่งไปจากเมืองไทยเพื่อไปฝังที่เมืองจีนเป็นจำนวนไม่น้อยทีเดียว เพราะการส่งศพกลับไปฝังยังแผ่นดินเกิดนี้เป็นประเพณีที่คนจีนทุกกลุ่มปฏิบัติเหมือนกันหมด”

สำหรับสุสานปิดที่สีลมได้โดยประเพณีมีว่าหากเวลาผ่านไปเรื่อยๆไม่มีลูกหลานมาไหว้ ก็จะมีการล้างป่าช้า แล้วทำสุสานเปิดใหม่

อย่างไรก็ดีคาดว่าคงจะไม่มีการล้างป่าช้าเหล่านี้มาทำเป็นสุสานเปิดใหม่เพราะสีลมปัจจุบันแตกต่างไปจากสมัย 50-70 ปีก่อนยิ่งเสียกว่าหน้ามือเป็นหลังมือพลิกกลับสามตลบ

ผู้เกี่ยวข้องในแวดวงสมาคมจีนกล่าวว่าหากนับรวมๆกันแล้วที่ดินบริเวณที่เป็นสุสานทั้งจีนและฝรั่งคิดรวมเป็นหลายสิบไร่ บริเวณที่กำลังสร้างออฟฟิศคอนโดฯและคอนโดฯในซอยศึกษาวิทยาปัจจุบันก็เป็นที่ดินสุสานมาก่อน แต่ได้มีการล้างป่าช้าไปแล้วมาปลูกคอนโดฯขึ้นแทน

อย่างตรงทาวเวอร์ อินน์ ที่สร้างเยื้องๆกับทางสามแพร่งถนนเดโชเล็กน้อยนั้นผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิ-โหราศาสตร์ให้ความเห็นว่าเคยเป็นที่ตั้งสุสานมาก่อนและเป็นทำเลที่ไม่ดีและจึงไม่น่าแปลกใจว่าการทำมาค้าขายบริเวณนี้ไม่ค่อยจะรุ่งเรืองสักเท่าใด

พรชัยซึ่งมีความรู้เรื่องทำเลที่ตั้งในวิชาตี่ลี่กล่าวกับ “ผู้จัดการ” ว่า “หากจะสร้างอาคารทำมาค้าขายตรงบริเวณสามแพร่งจริงๆ อาจทำได้โดยทำวงเวียนตรงสุดทางสามแพร่นั้นเพื่อเบนมหันตภัยออกไปซึ่งก็จะต้องทำวงเวียนที่ใหญ่พอที่จะคุ้มภัยให้ตัวอาคารที่จะสร้างขึ้นด้านในได้”

ผู้ดูแลสุสานจีนรายหนึ่งให้ความเห็นว่า “บริเวณที่ทำคอนโดฯอยู่ในเวลานี้ก็ล้วนเป็นที่สุสานมาก่อนเหมือนกันมีสุสานบางแห่งที่คณะกรรมการสมาคมฯได้ตัดสินใจแล้วว่าจะรื้อล้าง แล้วเอาที่ดินมาทำสาธารณประโยชน์โดยจะสร้างเป็นโรงเรียนหรือโรงพยาบาลแต่บางแห่งก็ยังไม่มีแผนการอะไร”

ทั้งนี้สุสานฝรั่งใกล้ๆกันก็มีแผนการจะเคลื่อนย้ายศพออกไปฝังในต่างจังหวัดเพื่อนำที่ดินเหล่านั้นมาทำประโยชน์เพื่อการกุศลด้วยเช่นกัน

เป็นที่สงสัยว่า หากมีการล้างสุสานจีนเหล่านี้ออกไปแล้วนำที่ดินมาพัฒนาทำธุรกิจ ซึ่งเป็นการขัดกับวัตถุประสงค์ดั้งเดิมของการใช้ที่ดินเหล่านี้เพื่อสาธารณกุศลแล้ว กิจการนั้นๆจะมีความรุ่งเรืองสักแค่ไหน !!

แม้นว่านักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่จะไม่สนใจเรื่องศาสตร์แห่งทำเลที่ตั้ง แต่เป็นไปได้ว่าเมื่อลงทุนลงแรงไประยะหนึ่งแล้วไม่ประสบความสำเร็จพวกเขาอาจจะหวนกลับมานึกถึงศาสตร์ว่าด้วยทำเลที่ตั้งและย้อนทวนความเป็นมาของที่ดินผืนงามซึ่งสงบเงียบแห่งนี้ก็เป็นได้ !!!


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.