'แดวู' กระหึ่มเมือง ของฟรีดี ๆ มีที่นี่แห่งเดียว


นิตยสารผู้จัดการ( สิงหาคม 2539)



กลับสู่หน้าหลัก

"ขับฟรี ๆ 1 ปีเต็ม"

สั้น ๆ ง่าย ๆ แต่ฮือฮาไม่น้อยสำหรับตลาดรถยนต์เมืองไทย และนับเป็นครั้งแรกของวงการนี้ และถึงวันนี้รถยนต์นั่งแดวูจำนวน 50 คันจากแคมเปญขับฟรีคงวิ่งอยู่บนท้องถนนแล้ว

ไม่ว่ากลยุทธ์ครั้งนี้จะสร้างความสำเร็จให้กับแผนงานต่อเนื่องในอันดับถัดมาหรือไม่ แต่เชื่อได้ว่า ยุทธวิธีครั้งนี้ ได้ทำให้ชื่อเสียงของแดวู เป็นที่รู้จักในวงกว้างได้อย่างรวดเร็วทีเดียว

"การลงทุนครั้งนี้ จุดคุ้มทุนไม่ได้มองว่าจะกี่ปี แต่มันดีกว่าโฆษณา เพราะปากต่อปากนั้น จะกระจายอย่างมั่นคงได้ดีกว่า และมั่นใจว่าสินค้าของเราดีพอ เราจึงกล้าที่จะทำอย่างนี้" ถิรพร เนาว์ถิ่นสุข ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดบริษัท ไทยแดวูมอเตอร์เซลส์ จำกัด กล่าว

ไทยแดวูฯ หลังจากเปิดตลาดรถยนต์นั่งในเมืองไทยราว 2 ปีเศษที่ผ่านมา แม้ยอดจำหน่ายจะมีหลายพันคัน แต่ด้านภาพพจน์และชื่อเสียง ก็ยังถือว่าไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เหตุนี้ผู้บริหารจึงตัดสินใจงัดกลยุทธ์แปลกใหม่ครั้งนี้ขึ้นมาใช้

คร่าว ๆ สำหรับแคมเปญนี้ก็คือ ระหว่างวันที่ 6-14 กรกฎาคมที่ผ่านมา โชว์รูมรถยนต์แดวูทั่วประเทศจำนวน 53 ราย ได้เปิดรับรู้ผู้ที่มีสิทธิ์ให้เข้ามาสัมผัสเรื่องราวของแดวูจากนั้นก็ส่งชื่อเพื่อร่วมรายการชิงโชคขับฟรี ๆ 1 ปีเต็ม ซึ่งจับรายชื่อผู้โชคดีไปแล้วเมื่อ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งรถยนต์จำนวน 50 คันที่นำมาเข้ารายการขับฟรีนี้ ผู้ที่ได้สิทธิ์ขับฟรีก็จะได้ขับฟรีจริง ๆ โดยตลอดระยะ 1 ปีนั้นจะเสียเฉพาะค่าน้ำมันรถเท่านั้น ส่วนค่าบริการ อะไหล่ ซ่อมบำรุง และค่าประกันภัย ทางไทยแดวูฯ เป็นผู้จัดการทั้งหมด ประการสำคัญเมื่อครบกำหนดแล้วไม่จำเป็นต้องซื้อรถยนต์คันนั้น

"รถยนต์ 50 คันนี้ เมื่อครบปี เราอาจจะขายเข้าตลาดมือสอง นำมาเป็นรถลองขับหรือสำรองให้ลูกค้าในงานบริการ หรือถ้าผู้ใช้อยากจะขอซื้อไว้ใช้ต่อเพราะเห็นว่าดีก็ได้ เราก็จะจำหน่ายให้ในราคาพิเศษ" ถิรพรกล่าวและว่า

บริษัทหวังที่จะดึงคนให้เข้ามาที่โชว์รูมแดวูเสียก่อน เป็นการเชิญชวนให้ลูกค้าเข้ามา ได้สัมผัส ได้ข้อมูลแดวู ให้ได้รู้จักแดวูว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งมั่นใจว่าถ้าผู้คนที่แวะเวียนเข้ามาได้สัมผัสแล้ว จะรู้ถึงคุณภาพความโดดเด่นในเรื่องความปลอดภัยของตัวรถไม่ว่าจะเป็นตัวถัง ระบบกันชัน ซึ่งเป็นกันชนสามชั้นมีโครงเหล็กรับแรงกระแทก ไม่ใช่กันชนไฟเบอร์ที่ปราศจากโครงเหล็กรองรับ เช่น รถยนต์ญี่ปุ่นหลายยี่ห้อที่จำหน่ายในเมืองไทย คุณสมบัติเด่น ๆ เหล่านี้ ถ้าผู้คนได้รับรู้ในวงกว้าง ภาพพจน์ของแดวูย่อมดีขึ้นแน่นอน

งบประมาณในแคมเปญนี้บริษัทได้วางไว้ทั้งสิ้น 44 ล้านบาท โดยเป็นเงินลงทุนค่าตัวรถประมาณ 20 ล้านบาท อีก 24 ล้านบาท จะเป็นค่าใช้จ่ายในด้านประกันภัย, ค่าบำรุงรักษารถยนต์ และค่าดำเนินการต่าง ๆ เงินลงทุนจำนวนนี้ ทางบริษัทหวังที่จะได้เห็นลูกค้าเดินเข้ามาสัมผัสแดวูในโชว์รูมจำนวนทั้งสิ้นไม่น้อยกวส่า 30,000 คน ซึ่งถือว่าคุ้มแล้ว

รถยนต์จำนวน 50 คันที่บริษัทนำมาจัดแคมเปญครั้งนี้ ประกอบด้วย เน็กซ์เซียจำนวน 30 คัน, เซียโล 10 คัน และเอสเปอโร 10 คัน

เมื่อถามถึงภาพพจน์ของแดวูเมื่อเทียบกับตลาดรถยนต์นั่งในระดับเดียวกัน โดยเฉพาะกับรถยนต์นั่งเกาหลีใต้ด้วยกันนั้น ถิรพร กล่าวว่า ภาพพจน์จะไม่ต่างกันมากนัก ยิ่งเมื่อเทียบกับรถยนต์เกาหลีใต้ด้วยกันแล้ว เมื่อผ่านตรงนี้คาดว่าแดวูจะดีกว่า

นอกจากการเปิดเกมส์ครั้งนี้แล้ว ไทยแดวูฯ จะมีกิจกรรมหลัก ๆ ในช่วงเวลาต่อไปในระยะใกล้ ๆ นี้ คือ ต้นเดือนนี้ (สิงหาคม) จะเริ่มทยอยย้ายงานโชว์รูม ศูนย์บริการ และศูนย์อะไหล่ ไปยังสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่ถนนพระรามเก้า (เดิมเป็นสำนักงานใหญ่ของเรโนลต์ ประเทศไทย) โดยจะใช้เนื้อที่ทั้งสิ้น 5 ไร่

จากนั้นเดือนตุลาคมปีนี้ จะเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้อย่างเป็นทางการ และย้ายงานในส่วนของสำนักงานเข้าไป

สำหรับสำนักงานใหญ่ที่หัวหมาก ก็จะยังคงโชว์รูมและศูนย์บริการไว้เช่นเดิม โดยจะแปลงให้เป็นสาขาต้นแบบสำหรับดีลเลอร์ต่าง ๆ ในการพัฒนาให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน

ถิรพร กล่าวว่า ไทยแดวูฯ นั้น เน้นการทำตลาดด้วยระบบดีลเลอร์ สำหรับสาขาที่มีอยู่ 2 แห่ง คือ ที่หัวหมาก และที่พระรามเก้านี้ และอาจตั้งเพิ่มอีก 1 แห่ง หรือ 2 แห่งนั้น บริษัทจะเน้นให้เป็นโชว์รูมและศูนย์บริการต้นแบบเท่านั้น ไม่ได้หวังไปแข่งขันในเรื่องยอดจำหน่ายกับดีลเลอร์ เพราะบริษัทมองว่าการจำหน่ายโดยดีลเลอร์นั้นน่าจะดีกว่าใช้ระบบสาขา

นอกจากนี้ ไทยแดวูฯ เตรียมที่จะเสริมสินค้าในส่วนของมอเตอร์สปอร์ตเข้ามา โดยอาจจะเป็นชุดแต่งต่าง ๆ ซึ่งกำลังสำรวจสินค้าในเยอรมันอยู่ว่ายี่ห้อใดเหมาะสมและเข้ากับรถยนต์แดวูได้ดีที่สุด เหตุที่บริษัทต้องเลือกสินค้านั้นเนื่องจากแดวูในเกาหลีใต้ไม่ได้เน้นตรงนี้ จึงไม่มีชุดแต่งที่เข้ากันอยู่แล้ว และนอกจากนำสินค้าเข้ามาเสริมแล้ว ก็จำเป็นที่บริษัทจะต้องนำรถยนต์แดวูเข้ารายการแข่งขันต่าง ๆ ด้วย แต่คงไม่ได้หวังชัยชนะตรงนั้นมากนัก โดยหวังเพียงให้เป็นต้นแบบในการแต่งรถเท่านั้น

แผนงานชิ้นสำคัญอีกด้านหนึ่งก็คือ ขณะนี้ ไทยแดวูฯ อยู่ระหว่างเตรียมตั้งบริษัทขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่รับซื้อรถยนต์เก่าแดวูโดยเฉพาะ ตรงนี้จะเป็นการพยุงราคารถยนต์มือสองของแดวูไม่ให้ตกต่ำเกินไปนัก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้

"เราคงสามารถดำเนินการได้ภายในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งการดำเนินการตรงนี้ คงหวังกำไรอะไรไม่ได้มากนัก และเมื่อดำเนินการจนราคารถยนต์มือสองแดวูอยู่ในระดับที่น่าพอใจแล้วก็คงต้องมาดูอีกครั้งว่า บริษัทนี้จะดำเนินการต่อไปหรือไม่" ถิรพร กล่าว

ปัจจุบัน ไทยแดวูฯ ถือหุ้นโดย แดวู เกาหลีใต้ 49% และฝ่ายไทย 51% ซึ่งโครงสร้างนี้ ถิรพร กล่าวว่า จะเห็นว่าเป็นการเข้ามาโดยตรงของแดวู ซึ่งมั่นใจได้ว่าจริงจังในการทำตลาดแน่นอน และเป้าหมายสำคัญ คือ การประกอบรถยนต์แดวูในเมืองไทย ซึ่งกำหนดว่าต้องเกิดขึ้นภายใน 3 ปีนี้ และจะเป็นการประกอบเพื่อส่งออก

เดิมปี 2539 นี้ ไทยแดวูฯ ตั้งเป้าหมายยอดจำหน่ายไว้ประมาณ 8,000 คัน แต่เมื่อตลาดซบเซาเช่นนี้ เป้าหมายจึงลดลงบ้าง แต่อย่างน้อยที่สุดน่าจะถึง 6,000 คัน ซึ่งถ้าทำได้จริงก็ยังนับว่าอัตราเติบโตของแดวูยังก้าวกระโดดต่อไป

แดวู ที่ดูว่าจะเงียบเหงาในเมืองไทย กลับคึกคักขึ้นทันตาเห็น และน่าจับตามากว่า ความฮือฮาครั้งนี้ จะดันให้แดวูอยู่กับตลาดเมืองไทยได้ตลอดรอดฝั่ง และอย่างยิ่งใหญ่หรือไม่



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.