‘ฮอนด้า’ กับ CSR ภูมิสังคมแปลงแนวคิดชุมชนสู่สายการผลิต


ผู้จัดการรายสัปดาห์(26 กุมภาพันธ์ 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

*ฮอนด้า ถ่ายทอดกลยุทธ์ CSR ภูมิสังคม สิ่งที่ต้องการและบริษัทช่วยอะไรได้บ้าง

*กะเทาะแก่นทำงาน after-process ปลุกจินตนาการผ่าน “อาซิโม”

*In-process ลดมลพิษรัดเข็มขัดการผลิตด้วยรีไซเคิลซึมซับจิตสำนึกพนักงาน

*พร้อมประยุกต์ปรัชญาพ่อหลวงลับคมคิดโรงเรียน ชุมชน

ขณะนี้หลายองค์กรที่คิดจะเริ่มวางแผนงานความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมหรือ CSR (Corporate Social Responsibility) ไม่ว่าจะเป็นการจัดการทรัพยากรธรรมชาติหรือส่งเสริมเยาวชนเพื่อการศึกษา ซึ่งหลายองค์กรที่เป็นบริษัทข้ามชาติกระทั้งหน่วยงานที่บริหารงานแบบไทยๆต่างนำมาใช้อย่างไม่คาดคิดถึงความเหมาะสมทางภูมิสังคม

“ฮอนด้า” เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ฟูมฟักกระบวนการความคิด CSR โดยจะเป็นต้นแบบให้กับหลายองค์กรได้ปรับแนวคิดการบริหารตามสถาพสังคมวัฒนธรรมในประเทศ เพื่อไม่ให้เม็ดเงินและเวลาสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์

“ฮอนด้า”CSR เพื่อชุมชน

อดิศักดิ์ โรหิตะศุน รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด เล่าว่า การบริหารงานความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมหรือ CSR เป็นนโยบายที่ บริษัทฮอนด้าทั่วโลกต่างมีวิสัยทัศน์เดียวกันคือสร้างคุณค่าใหม่ (Value Creation) และนำวิสัยทัศน์สู่สากล (Globalization) รวมถึงพันธสัญญาต่อชนรุ่นหลัง (Commitment to the future) ซึ่งการทำภายใต้แนวคิดภูมิสังคมของกลุ่มเป้าหมายไม่ใช้สักแต่ทำโดยจะต้องถามสังคมก่อนว่าต้องการอะไรและบริษัทสามารถช่วยเหลือสังคมได้อย่างไร

จาการสำรวจความต้องการของสังคมไทยเพื่อทำCSRนอกกระบวนการผลิต (after-process) พบว่ามีความต้องการช่วยเหลือด้านการศึกษาบริษัทจึงพยายามจัดกิจกรรมจูงใจให้เยาวชนมีความอยากเรียนรู้และพัฒนาจินตนาการสู่แนวคิดที่เป็นรูปธรรมเช่น กิจกรรมหุ่นยนต์อาซิโมกับการรณรงค์เพื่อความสนในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยจัดการการแสดงให้กับเยาวชนทั่วประเทศและมีการประกวดโมเดลทางความคิดสร้างสรรค์จินตนาการเพื่อสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถเคลื่อนไหวได้ ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้ไปพบกับทีมงานผู้สร้างหุ่นยนต์อาซิโมที่ญี่ปุ่นโดยได้รับการตอบรับจากเยาวชนทั่วทุกภูมิภาคเช่น ผลงานจากเยาวชนภาคใต้ที่ประสบภัยสึนามิพยายามสร้างจินตนาการผ่านแบบจำลองที่ต้องการให้มีอุปกรณ์ตรวจวัดลักษณะคล้ายปลากระเบนสามารถส่งสัญญาณเตือนภัยเมื่อเกิดคลื่นสึนามิ ซึ่งอนาคตเด็กเหล่านั้นอาจนำไปสานต่อเพื่อให้เป็นจริง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตัวแทนจำหน่ายของฮอนด้าในต่างจังหวัดมีการตื่นตัวกับการรับผิดชอบต่อสังคมภายในพื้นที่ของตนมากขึ้น เริ่มจากพยายามชี้แนะให้ลูกค้าที่ซื้อรถขับขี่อย่างปลอดภัยขณะเดียวกันก็ส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับสถาบันการศึกษาภายในพื้นที่การมีส่วนร่วมกับกิจกรรมแข่งขันประดิษฐ์รถยนต์ประหยัดน้ำมัน ซึ่งสถาบันที่ไม่มีทุนซื้อเครื่องยนต์บริษัทจะสนับสนุนเครื่องยนต์เพื่อพัฒนาและให้เงินสนับสนุนส่วนหนึ่ง แต่การเข้าไปช่วยเหลือจะเป็นเพียงขั้นพื้นฐานในการสร้างนวัตกรรมซึ่งจะเน้นให้สถาบันช่วยเหลือตนเองเพื่อให้เกิดองค์ความรู้จะติดตัวนักศึกษาที่มีประโยชน์สามารถนำมาใช้ได้ในการประกอบอาชีพ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมได้รับผลการตอบรับอย่างดีกว่า10ปีที่ผ่านมา

อดิศักดิ์ กล่าวถึง แนวทางการบริหารงานที่เน้นตามสภาพภูมิสังคมในแต่ละประเทศพบว่าบางประเทศสามารถนำนวัตกรรมจากการทำCSR มาปรับใช้ได้กับอีกประเทศที่มีภูมิศาสตร์คล้ายกัน ซึ่งบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นมีการจัดทำเอกสารการพัฒนานวัตกรรมของแต่ละประเทศเพื่อรักษาองค์ความรู้ให้คงอยู่กับองค์กรฮอนด้าทั่วโลก ขณะที่อนาคตอาจมีการจัดประชุมเพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ของฮอนด้าให้มีความเข็มแข็งเชื่อมโยงกันยิ่งขึ้น เช่น ฮอนด้าในประเทศจีนประสบปัญหาจากฝุ่นที่พัดมาจากทะเลทรายแต่ค้นพบว่าการที่จะป้องกันต้องปลูกต้นไม้เพื่อป้องกันฝุ่น การค้นพบดังกล่าวอาจนำมาแลกเปลี่ยนความรู้กับประเทศแถบทะเลทรายให้เกิดการนำมาใช้อย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองเงินที่ต้องใช้ระยะเวลาในการวิจัยซ้ำ

CSR ตามพ่อหลวงเพื่อสิ่งแวดล้อม

อดิศักดิ์ กล่าว่า และสำหรับเรื่องสิ่งแวกดล้อมนั้นพบว่าสภาพแวดล้อมขณะนี้ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการใช้อย่างไม่รู้คุณค่าบริษัทจึงได้จัดการประกวดโครงการโรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมดีเด่น เฉลิมพระเกียรติ ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิดตามรอยเท้าพ่อ...กับฮอนด้า ส่งเสริมให้นำแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมประเภทการจัดพลังงาน,น้ำเสีย,ขยะ นำไปปฏิบัติประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชุมชนอย่างพอเพียงตลอดจนเสริมสร้างความเข้มแข็งพัฒนาการเรียนบริหารจัดการให้เป็นศูนย์กลางและแหล่งเรียนรู้พร้อมรักษาความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่

ทั้งนี้ การเข้าร่วมโครงการในปีนี้มีโรงเรียนเข้าร่วม 627 โรงเรียนทั่วประเทศคิดเป็น 69.9% ไม่เคยเข้าร่วมโครงการกับฮอนด้าและอีก 30% เคยเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวและต้องการจะสานต่อความสำเร็จในการจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งกิจกรรมกำจัดขยะเป็นที่นิยมมากที่สุด รองลงมาคือการกำจัดน้ำเสียและพลังงานขณะนี้การดำเนินโครงการผ่านขั้นตอนคัดเลือกโรงเรียนต้นแบบ 60 โรงเรียน เพื่อรับทุนสนับสนุนโรงเรียนละ 10,000 - 60,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3 ล้านกว่าบาท รอบต่อไปโรงเรียนที่ผ่านคัดเลือกจะได้เรียนรู้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติผ่านศูนย์พัฒนาตามแนวพระราชดำริในแต่ละภูมิภาค ตลอดจนรับความรู้จากวิทยากรของกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากร กระทรวงเกษตรกรรม เพื่อคัดเลือกให้เหลือเพียง 3 โรงเรียนที่โดดเด่นในการจัดการแต่ละประเภท ซึ่งขั้นตอนสุดท้ายจะคัดเลือกเพียงหนึ่งโรงเรียนต้นแบบ

จากการดำเนินโครงการที่ผ่านมา 3 ปี โรงเรียนที่เข้าร่วมได้มีการบูรณาการสภาพแวดล้อมร่วมกับประชาชนในชุมชนเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการพัฒนาโดยจะมีการประชุมร่วมกันอยู่เสมอ ซึ่งขณะนี้มีกว่า 540 โรงเรียนสามารถสร้างเครือข่ายที่ตระหนักถึงคุณภาพชีวิตเคียงข้างกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงโรงเรียนที่ผ่านโครงการสามารถเป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนในเขตอำเภอตลอดจนจังหวัดในการนำไปเป็นต้นแบบของการพัฒนา

เทคโนโลยีสะอาดเพื่อสังคม

อดิศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับ CSR ในกระบวนการ (In-Process) คือ การจัดการ CSR ภายในตั้งแต่ต้นน้ำขององค์กรก่อนออกสู่สังคม ตั้งแต่สวัสดิการพนักงาน การรีไซเคิลขยะ ฯลฯ และสำหรับฮอนด้านั้นได้นำผลิตภัณฑ์ไม่ได้คุณภาพมารีไซเคิลเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้งาน รวมถึงนำกล่องกระดาษและบรรจุภัณฑ์พลาสติกเหลือใช้กลับมาใช้งานใหม่เพื่อลดปริมาณขยะที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนค้นคว้าวกระบวนการผลิตเครื่องยนต์ที่มีความปลอดภัยต่อผู้ขับขี่และวิจัยเครื่องยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อลดมลพิษทางอากาศ

ด้านพนักงานบริษัทพยายามซึมซับความรับผิดชอบต่อสังคมเริ่มจากการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์ที่วัดพระบาตรน้ำพุทุกปี โดยส่งเสริมให้พนักงานที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีช่วยกันสร้างเตาเผาศพที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศพร้อมทั้งซึมซับความรับผิดชอบต่อสังคมให้เกิดภายในตัวพนักงาน เป็นผลให้พนักงานตื่นตัวโดยต่อมาได้จัดตั้งชมรมสื่อสัมพันธ์เพื่อตระเวนช่วยเหลือโรงเรียนที่ยากไร้ขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนในชนบทเพื่อนำเงินจากการเรี่ยไรพนักงานในบริษัทและตัวแทนจำพหน่ายไปช่วยเหลือให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“สำหรับชุมชนและโรงเรียนรอบโรงงานผลิตรถยนต์ของฮอนด้าทั้งโรงงานเดิมที่สมุทรปราการและรอบนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังได้จัดกิจกรรมปฏิสัมพันธ์ให้ความรู้ในการจัดการขยะอย่างถูกวิธีเพื่อปลูกฝังนิสัยอันดีต่อเยาวชนรุ่นหลัง และให้ทุนการศึกษาแก่โรงเรียนโดยรอบปีละ 13-14 โรงเรียนเป็นระยะเวลา15 ปีที่ดำเนินการ”

กระนั้นการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรไม่ว่าระดับพี่เบิ้มหรือระดับเล็กควรเริ่มจากกระบวนการผลิตภายในสายการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนใกล้เคียงมากกว่าเป็นการวางแผนงานสร้างมโนภาพลวงหลอกสังคม

เผยเคล็ดโรงเรียนในฝัน

ประชุม จำปานิล ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดประชุมชน จังหวัดสุพรรณบุรี เล่าถึงความสำเร็จที่ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งใน60โรงเรียนที่เข้ารอบโครงการโรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมดีเด่น เฉลิมพระเกียรติ ครั้งที่ 4 โดยดำเนินงานโครงการธนาคารขยะที่นักเรียนทุกคนต้องเป็นสมาชิกของธนาคารเพื่อนำขยะมาฝากและแลกเปลี่ยนเป็นเงิน ซึ่งตอนเริ่มโครงการโรงเรียนจะเรียกประชุมทำความเข้าใจกับครูทุกเพื่อวางแผนวิสัยทัศน์ร่วมกัน หลังจากนั้นจะมีการเข้าค่ายพักแรมของนักเรียนอบรมการจัดการสิ่งแวดล้อม

ขณะเดียวกันก็ได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนตำบลให้ทุนสนับสนุนในการอบรมชาวบ้านในพื้นที่ให้มีการบริหารจัดการขยะเพื่อนำมาสร้างมูลค้าเป็นปุ๋ยชีวภาพ โดยประชาชนในพื้นที่ทำอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่จะเป็นประโยชน์ให้ไม่ต้องเสียเงินซื้อปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพง

โดยหลังจากได้รับเงินทุนของฮอนด้าจะนำไปสร้างธนาคารขยะเพื่อรองรับกับการขยายาตัวตามแนวพระราชดำริที่จะให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมมากซึ่งจะมีการจัดค่ายรักษาสิ่งแวดล้อมครอบครัวขึ้น โดยจะสร้างรากฐานครอบครัวในชุมชนให้ตระหนักถึงการจัดการขยะให้เกิดชุมชนที่เข็มแข็ง

จากโครงการจัดการสิ่งแวดล้อมของฮอนด้าทั้งการกำจัดขยะ น้ำเสีย และพลังงาน เป็นผลหลายโรงเรียนตื่นตัวที่จะสร้างนวัตกรรมจัดการสภาพแวดล้อมซึ่งควรที่จะมีสื่อซีดี หรือเอกสารเพื่อเผยแพร่ความรู้ให้กับโรงเรียนทั่วประเทศที่สนใจในการต้อยอดความรู้

“เราไม่มีอะไรตอบแทนให้นอกจากความสุขที่จะร่วมกัน ในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น”

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อครั้ง ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล รับใช้เบื้องพระยุคลบาตร

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุลประธานมูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ให้ทรรศนะการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีควรเริ่มจากชุมชนตลอดจนโรงงานอุตสาหกรรมไม่ควรเห็นประโยชน์ส่วนตนเป็นใหญ่ แต่ควรที่จะพัฒนาจิตสำนักต่อส่วนรวมในกระบวรการผลิตตลอดจนพนักงานผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งปัจจัยการจัดการองค์ความรู้เป็นส่วนสำคัญที่ต้องควบคู่กับการใช้ปัญญาอย่างสอดคล้องภายใต้ภูมิสังคมขณะเดียวกันปัจจุบันประเทศไทยพยายามใช้เทคโนโลยีทันสมัยนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อจัดการด้านสิ่งแวดล้อมส่งผลให้เกิดการสิ้นเปลืองเห็นได้ว่าประเทศเราพลังงานกว่า 90% โดยไม่หันกลับมามองกระบวนการจัดการโดยธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม กระบวนจัดการทรัพยากรธรรมชาติภายในชุมชนจำเป็นอย่างยิ่งที่ชุมชน วัด และโรงเรียน ซึ่งเป็นแหล่งบ่มเพาะความรู้ให้กับประชาชนภายในท้องถิ่นผ่านกระบวนการปฏิสัมพันธ์เพื่อให้รู้ต้นสายปลายเหตุของการจัดการธรรมชาติตลอดจนทำอย่างมีฉันทะคือความรักที่จะสร้างความสามัคคีภายในชุมชนที่ยังผลต่อความยั่งยืน


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.