เพดานบินที่สูงขึ้นของกิฟฟารีน


นิตยสารผู้จัดการ( มกราคม 2551)



กลับสู่หน้าหลัก

ด้วยการที่จุดเริ่มต้นของเครื่องสำอางกิฟฟารีนที่วางไว้ให้เน้นกลุ่มลูกค้าปานกลาง และประกาศตัวเองอย่างชัดเจนว่าเป็นเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงามของไทย ทำให้การขยับตัวทำการตลาด ตลอดจนการปรับนโยบายใหม่ๆ ทำได้ยาก แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำไม่ได้

เวลา 12 ปีของการทำกิฟฟารีนกับยอดสมาชิก 780,000 คน และมีสมาชิกที่ได้รับผลตอบแทนจากระบบการขายตรงแบบเครือข่าย 300,000 คน ก็น่าจะทำให้แพทย์หญิงนลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ พออกพอใจ อย่างน้อยสินค้าเครื่อง สำอางก็ได้การยอมรับจากผู้ใช้

ถ้ามีสมาชิกเกือบ 800,000 ราย สินค้าที่ขายผ่านสมาชิกคิดคร่าวๆ สมาชิกคนหนึ่งมีลูกค้าในมือ 10 ราย ก็หมายความว่ามีคนเกือบ 8 ล้านคน ได้ลองใช้เครื่องสำอางกิฟฟารีน

ต้องคาดหวังว่ามีสาวไทยหน้าสวยใส ดูดี 8 ล้านคน

เมื่อได้ฐานลูกค้าตลาดกลางลงมาเรียบร้อยแล้ว กลุ่มนี้ก็ปล่อย ให้ขยายตัวไปตามธรรมชาติ ไม่ต้องกระตุ้นมากนัก เพราะอย่างน้อย สมาชิกก็น่าจะคุมลูกค้าได้

แต่ตลาดที่กิฟฟารีนมองอยู่ก็คือตลาดกลางขึ้นมาจนถึงตลาด ระดับบน ซึ่งกิฟฟารีนยังไม่มีตลาดตรงส่วนนี้ซึ่งเป็นตลาดที่น่าสนใจ และมีกำลังซื้อ แต่ก็มีการแข่งขันสูงเช่นกัน ทั้งสินค้าที่มาจากต่างประเทศและที่ผลิตในประเทศเอง

การพัฒนาแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของกิฟฟารีน จึงต้องเกิดขึ้น เพื่อดึงตลาดส่วนนี้มาเป็นของบริษัท มีการทดสอบว่าคนซื้อจะรับสินค้าระดับพรีเมียมของกิฟฟารีนได้มากขนาดไหนอยู่เป็นระยะ

เช่นการนำวิตามินซีมาใช้ในเครื่องสำอางและอาหารเสริม หากบอกว่ากิฟฟารีนทำเองก็คงต้องตอบคำถามของคนซื้อกลุ่มนี้มาก หน่อย แต่หากมีพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญและมีผลงานเป็นที่ยอม รับน่าจะดีกว่า

อย่างน้อยคนใช้ที่เห็นว่ามีการค้นคว้า รับรองจากบริษัทหรือหน่วยงานสักแห่งในต่างประเทศก็ดูดีขึ้นมาทันที บริษัท Rocha ของ สวิตเซอร์แลนด์ จึงกลายเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นเริ่มต้นทำวิตามินซี มาด้วยกันจนเข้าปีที่ 5 ก็มาพัฒนาสินค้าตัวใหม่ที่เจาะกลุ่มตลาดบน โดยเฉพาะในไลน์สินค้า Giffarine Glamorous Beauty เพื่อใช้ลบรอยเหี่ยวย่น ตีนกา จุดด่างดำ ให้กับผู้หญิงไทย

แค่คุณสมบัติก็เพียงพอต่อการทดลองซื้อมาใช้แล้ว เพราะนั่นคือปัญหาใหญ่ของสาวทำงานที่ต้องดูดีเวลาพบผู้คน แต่ถ้าเป็นชาวบ้าน ตีนกา รอยเหี่ยว จุดด่างดำ เป็นเหมือนเพื่อนสนิทที่มาเยี่ยม เยือน บางทีก็จากไปเร็ว แต่บางครั้งก็ขออาศัยอยู่ถาวร

นลินีบอกว่า เครื่องสำอางชุดนี้เริ่มขายตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ขายไปแล้ว 70,000 ชิ้น และส่งไปขายที่ฮ่องกง ในร้านของกิฟฟารีน ส่วนประเทศอื่นๆ กำลังตามมา

"เครื่องสำอางไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย แต่เป็นของจำเป็น" นลินี ยืนยันหนักแน่น หลังจากถูกถามว่า ภาวะเศรษฐกิจจะทำให้ผู้บริโภค ลดการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยลงหรือไม่

ไม่ว่าสาวชาติไหน การลงทุนเพื่อความสวยคือสิ่งที่ต้องทำ


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.