เบนซ์คาด53เศรษฐกิจฟื้น


ASTVผู้จัดการรายวัน(25 สิงหาคม 2552)



กลับสู่หน้าหลัก

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ฟันธงวิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้ยาวนาน คาดฟื้นจริงปลายปี 2553 ระบุแวดวงนักวิชาการยังหาสัญญาณบวกไม่เจอ พลิกตำราทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ปรับใช้ไม่ได้ เผยถกนายกฯ แนะทางแก้วิกฤตใช้ความคิดสร้างสรรค์นำ แจงตัวเลขยอดขายรถเบนซ์ดีขึ้น 9% สวนทางตลาดรถยนต์รวมซบ พร้อมเปิดตัวรถ อี-คลาส โฉมใหม่ล่าสุด E500 นำเข้าทั้งคันเคาะราคากว่า 10 ล้านบาท สั่งรอรถนาน3-5 เดือน ส่วนรุ่นผลิตในประเทศเตรียมเปิดตัวปลายปีนี้

ศาสตราจารย์ ดร. อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของโลกในรอบนี้หนักหนาสาหัสกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ต่างหาทฤษฎีมาเพื่อปรับใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถปรับใช้ได้เลย ดังนั้นจึงยังไม่รู้ว่าจะฟื้นจริงๆ ได้เมื่อใด

“การถดถอยทางเศรษฐกิจรอบนี้ คาดว่าคงจะต้องใช้ระยะเวลาพักตัวอีกสักระยะหนึ่ง ทั้งสัญญาณต่างๆ ทางเศรษฐศาสตร์ก็ยังไม่แสดงการฟื้นตัวที่ชัดเจน และก็ไม่มีทฤษฎีใดสามารถนำมาปรับใช้กับเหตุการณ์ดังกล่าวได้เลย แต่หากจะให้ประเมินเราน่าจะเห็นการฟื้นตัวอย่างจริงจังได้ประมาณปลายปีหน้าหรือพ.ศ. 2553”

เพาฟเลอร์ กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เข้าหารือกับนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถึงแนวทางการรับมือกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในขณะนี้ เห็นควรให้ภาครัฐมีแนวทางชัดเจนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และควรเน้นใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นกุญแจสำคัญเพื่อการพลิกฟื้นจากภาวะวิกฤต

สำหรับยอดขายรถยนต์ช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ ตลาดรถยนต์นั่งรวมตกลงไปถึง 13% แต่ตลาดรถหรูตกลงเพียง 3% เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาค่ายรถยนต์หรูต่างอัดแคมเปญและมีโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อรถได้ง่ายขึ้น ขณะที่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 9%

“ในเซกเมนท์รถหรู เมอร์เซเดส-เบนซ์ ครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ราว 58% โดยมีรุ่นอี-คลาสเป็นตัวขายหลักด้วยยอดขายสะสม 1,842 คัน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดขายอี-คลาสยังคงขายดีแม้จะอยู่ในช่วงปลายอายุของโมเดลมีเหตุมาจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภค บริการหลังการขายและการสนับสนุนจากไฟแนนซ์ด้านการปล่อยสินเชื่อ” เพาฟเลอร์ กล่าว

ทั้งนี้ล่าสุด เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัวรถยนต์ อี-คลาส โฉมใหม่ รหัส W212 ที่จะเข้ามาทำตลาดแทนรุ่นปัจจุบันโดยเป็นรุ่น E500 ราคากว่า 10 ล้านบาท ซึ่งในช่วงแรกจะทำตลาดแบบนำเข้าสำเร็จรูปทั้งคัน หลังสั่งแล้วต้องรอรถประมาณ 3-5 เดือน ขึ้นกับออพชั่นและไลน์ผลิตในประเทศเยอรมัน ส่วนรุ่นประกอบในประเทศไทยคาดว่าจะเปิดตัวราวปลายปีนี้ และพร้อมส่งมอบได้ภายในต้นปีหน้า

เพาฟเลอร์กล่าวว่า สาเหตุที่อี-คลาสเปิดตัวช้าเนื่องจาก อี-คลาส โฉมใหม่ มีเทคโนโลยีด้านเครื่องยนต์ทันสมัยมากเกินกว่าระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านน้ำมันของไทยจะรองรับได้ ดังนั้นบริษัทฯ จึงต้องศึกษาให้ดีเสียก่อน ประกอบกับการขึ้นไลน์ผลิตจำเป็นต้องใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่ภาครัฐกำหนดด้วย จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

ส่วนการทำตลาดรถอี-คลาสรุ่นใหม่ช่วงแรกคาดว่าจะมีทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ที่เหมาะสมกับโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของไทย ขณะที่รุ่นเครื่องยนต์NGT(ใช้แก๊สเอ็นจีวี) อาจจะมีทำตลาดในอนาคต สำหรับเป้าหมายยอดขาย คงจะรักษาระดับการขายให้อยู่ใกล้เคียงกับยอดขายเดิมของปีนี้


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.