ก้าวใหม่ของอินโนเวชั่น ปฏิบัติการล้างอายของอีสต์เอเชียติ๊ก


นิตยสารผู้จัดการ( สิงหาคม 2529)



กลับสู่หน้าหลัก

หลังจากที่อีสต์เอเชียติ๊กต้องอกหัก เพราะนโยบายด้านธุรกิจไม่ตรงกันกับบริษัทแม่ของฮิตาชิที่ญี่ปุ่นแล้ว อีสต์เอเชียติ๊กก็ไม่ได้เป็นตัวแทนขายฮิตาชิอีกต่อไป ทั้งภายในไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์มาตั้งแต่ปี 2527 ทิ้งช่วงห่างไม่ถึงปีกว่าคู่รักใหม่ของอีสต์เอเชียติ๊กก็ปรากฏเป็นข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า มีการ่วมลงทุนระหว่างบริษัทอีสต์เอเชียติ๊ก (ประเทศไทย) กับบริษัทอินโนเวชั่น ซึ่งเป็นตัวแทนขายมินิคอมพิวเตอร์ยี่ห้อ "แวง"

เบื้องหลังของการร่วมหอลงโรงของทั้งสองฝ่ายนี้กล่าวกันว่าเป็นเพราะ "บุพเพสันนิวาส" ที่ประจวบเหมาะกันพอดี โดยอาศัยความสัมพันธ์ฉันเพื่อนระหว่างศิษย์เก่าอัสสัมชัญด้วยกันเป็นสะพาน

วินัย วารัญญานนท์ ที่เคยเป็นผู้บริหารระดับสูงของอินโนเวชั่นเป็นเพื่อนกับนพดล ยิ่งชัชวาลย์ ผู้จัดการอาวุโสกลุ่มธุรกิจอินฟอร์แมติคส์ เคยเรียนอัสสัมชัญจบ ม.8 รุ่น 2504 มาด้วยกันแต่มีบุคคลที่สำคัญยิ่งกว่าวินัยอีกคนหนึ่งที่นพดลติดต่อเจรจาเรื่องการร่วมธุรกิจกัน เขาคนนั้นคือ ปรีชา เงาเจริญจิตต์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของอินโนเวชั่นและคุมการบริหารงานด้านบัญชีและการเงินของอินโนเวชั่น

ปรีชารู้ดีว่าบริษัทอินโนเวชั่นประสบการขาดทุนมาตลาดแม้ว่าจะมียอดขาย 60-80 ล้านบาทต่อปี แต่ธุรกิจขายคอมพิวเตอร์ เป็นการลงทุนซื้อเครื่องเข้ามาและรอเก็บเงินจากลูกค้า ทำให้จำเป็นต้องมีเงินสดสำรองหมุนเวียนได้พอสมควร

บริษัทอินโนเวชั่นก่อตั้งเมื่อปี 2522 ทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 5 แสนบาท โดยการร่วมหุ้นของกลุ่มศิษย์เก่าอัสสัมชัญด้วยกันคือวินัย วารัญญานนท์ กับปรีชา เงาเจริญจิตต์ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และอื่นๆ อีก 7 คนถือคนละหนึ่งหุ้น อินโนเวชั่นเพิ่มทุนเพื่อแก้ไขปัญหาการเงินมาแล้ว 3 ครั้งนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2525 เพิ่มทุนเป็น 3 ล้านบาท ถัดมาอีกปีก็ต้องเพิ่มทุนอีกเป็น 6 ล้านบาท และล่าสุดในปี 2529 เดือนมกราคมที่ผ่านมาก็เพิ่มทุนเป็นสองเท่าคือ 18 ล้านบาท

เมื่อปรีชาและวินัยพูดถึงความต้องการที่จะได้ผู้ร่วมทุนที่แข็งแกร่งเข้ามาร่วมด้วย นพดลจึงสนใจมาก เพราะอีสต์เอเชียติ๊กก็อยากจะได้บริษัทคอมพิวเตอร์ดีๆ สักยี่ห้อหนึ่งมาเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มธุรกิจอินฟอร์แมติคส์ ดังนั้นนพดลจึงไปหารือกับผู้บริหารระดับสูงของอีสต์เอเชียติ๊ก ซึ่งผู้ใหญ่ก็สนใจมากเพราะ "แวง" เป็นคอมพิวเตอร์ระดับเยี่ยมยอดยี่ห้อหนึ่งที่นิยมใช้กันทั่วโลก มี Base ลูกค้ารายใหญ่อยู่มาก เช่นเอสโซ่ คาลเท็กซ์ ยูเนียนออยล์ เชสแมน ฮัตตัน เอสแคป ยูโนแคลไทยแลนด์ แบงก์ออฟอเมริกา และสถานทูตอเมริกัน ฯลฯ

ดังนั้นเมื่อความต้องการเกิดตรงกัน ทุกฝ่ายเห็นด้วยที่อีสต์เอเชียติ๊กจะมาเข้าร่วมทุนด้วยจึงมีข้อตกลงที่มีเงื่อนไขอีสต์เอเชียติ๊กซื้อหุ้นไป 50% จากทุนจดทะเบียน 18 ล้านบาท และทั้งสองฝ่ายจะจัดหาเงินกู้ยืมชนิดพิเศษเข้ามาเป็นทุนหมุนเวียนอีกฝ่ายละ 20 ล้าน รวมเป็นเงินที่อัดฉีดใหม่ 40 ล้านบาท BOARD OF DIRECTOR มีกรรมการฝ่ายละ 3 คนเท่ากันมีประธานบอร์ดปีแรกมาจากอีสต์เอเชียติ๊ก

พอเจรจากันลงตัว ก็จัดการเรื่องทีมบริหารใหม่ของอินโนเวั่น มี MR.BENT BOSLING ฝรั่งชาวเดนมาร์ก ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟท์แวร์ของอีสต์เอเชียติ๊กที่สิงคโปร์มาก่อน เป็นผู้จัดการใหญ่ ส่วนวินัย วารัญญานนท์เป็นรองผู้จัดการใหญ่คุมด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์และณรงค์ศึก ไศละสูตเป็นรองผู้จัดการใหญ่คุมด้านการขายและการตลาด ตลอดจนการซ่อมบำรุงบริการลูกค้า

พูดถึงณรงค์ศึกคนนี้เคยเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด รับผิดชอลผลิตภัณฑ์ฮิตาชิสมัยทำงานอยู่ที่อีสต์เอเชียติ๊ก มีผลงานการขายที่น่าพอใจฝากไว้ให้ประจักษ์ฝีมือคือ ขายฮิตาชิได้ 8 ยูนิตมูลค่าประมาณ 30 ล้านบาทในปีเดียวก่อนจะอำลามาตั้งบริษัทเอ็นเอสซิสเต็มส์ และได้รับการทาบทามจากนพดลกลับเข้ามารับตำแหน่งของอินโนเวชั่นข้างต้น

กล่าวกันว่า ในอดีตการที่อีสต์เอเชียติ๊กประสบการขาดทุนถึงแม้จะขายเครื่องฮิตาชิได้ เป็นเพราะ Overhead ในการพัฒนาซอฟท์แวร์ของอีสต์เอเชียติ๊กโคเปนเฮเก็นซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นซอฟท์แวร์ที่ดีมาก แต่ก็สิ้นเปลืองเงินมากเหมือนกันเพราะทีมงานฝรั่งที่ทำงานมาจากสิงคโปร์ต้องจ้างมาแพง และการของเครื่องฮิตาชิต้องขายควบคู่กับซอฟท์แวร์แพคเกจด้วย

เมื่อทบทวนอดีตที่ผ่านมาของทั้งสองฝ่ายถึงตอนนี้ก็ต้องจับตาดูก้าวใหม่ของอินโนเวชั่นต่อไปว่า บทเรียนที่ผ่านมาคงจะทำให้การดำเนินธุรกิจคอมพิวเตอร์ "แวง" ซึ่งมีฐานธุรกิจรองรับหนาแน่นทั้งด้านชื่อเสียงของประสิทธิภาพของเครื่อง และฐานะการเงินที่แน่นปั๋งของยักษ์ใหญ่อีสต์เอเชียติ๊กคงจะก้าวไม่พลาด ถ้าพลาดครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าอีสต์เอเชียติ๊กจะปฏิบัติการล้างอายในครั้งนี้ต่อไปอีกอย่างไร



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.