ลี ตั๊ก ซวน "นายท้ายชินตุง รัตต"


นิตยสารผู้จัดการ( มิถุนายน 2533)



กลับสู่หน้าหลัก

ชื่อของบริษัทหลักทรัพย์ชินตุงกระฉ่อนไปทั่ววงการค้าหลักทรัพย์เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาในฐานะ "เจ้าของ" โพยหุ้นที่แม่นเหลือหลายทำนายว่าหุ้นตัวไหนราคาขึ้นเป็นต้องขึ้นจริง ตัวไหนราคาตกเป็นตกจริง

โพยหุ้นที่ว่านี้เลื่องลือจนตลาดหลักทรัพย์สั่งสอบสวนและเริ่มคิดหามาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น กับการทำรายงานวิเคราะห์หุ้นประจำวัน/สัปดาห์ของบรรดาโบรกเกอร์ และซับโบรกเกอร์ทั้งหลายโดยเฉพาะพวกที่มีการชี้นำหรือระบุให้ซื้อและขายหุ้นลงในรายงานด้วย

แต่ในที่สุดเมื่อมีการสอบกันจริง ๆ การณ์กลับปรากฏว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ LEE TAK SUAN กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์ชินตุง รัตต จำกัด กล่าวเปิดใจกับ "ผู้จัดการ" หลังจากเดินทางไปรายงานเรื่องราวกับตลาดหลักทรัพย์ฯว่า "ผมงงกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก เพราะไม่เคยมีใครมาสอบถามข้อเท็จจริงกับผมเลย ยังไม่เคยมีใครมาสัมภาษณ์ผมและโพยหุ้นที่ว่านั้นก็ไม่ใช่ของชินตุง"

มร.ลียื่นเอกสารที่มีการอ้างว่าเป็นโพยหุ้นให้ "ผู้จัดการ" ดู เอกสารดังกล่าวจัดทำเป็นภาษาอังกฤษ รายงานภาวะตลาดฯ ดัชนีราคาหลักทรัพย์ ข่าวความเคลื่อนไหวของหลักทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มทุน หุ้นใหม่เข้าตลาดฯ ผลการดำเนินงานของบริษัทในตลาดฯ รวมทั้งข่าวเศรษฐกิจและการลงทุนทั่ว ๆ ไป

ดูแล้วก็เป็นเพียงข่าวรายวันจากหนังสือพิมพ์ทั่วไปที่ไม่พิเศษพิสดารอะไรนักหนา!!

ทั้งนี้มร.ลีอ้างว่าโพยหุ้นที่เป็นข่าวร่ำลือกันทั่วตลาดนั้นเป็นโพยของบงล.สินอุตสาหกรรม(ซิกโก้)ต่างหาก โดยเจ้าหน้าที่ของซิกโก้แพ็กซ์โพยหุ้นนี้มาให้เพื่อน ๆ ที่เคยเป็นอดีตพนักงานของซิกโก้แล้วลาออกมาอยู่กับชินตุงฯแล้วโพยนี้ก็ส่งต่อ ๆ กันไป

การส่งต่อนี้เป็นเหตุให้มีการโจษขานไปทั่วว่ามีการ "ใบ้หุ้น"!!

"ผู้จัดการ" สอบถามไปยัง อุไรรัตน์ ประมวลรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและวางแผนแห่งซิกโก้ ซึ่งก็ปฏิเสธว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ซิกโก้ทำรายงานวิเคราะห์หุ้นเป็นภาษาไทยสำหรับใช้ภายในบริษัทลูกค้าเท่านั้น

แต่เรื่องที่มีพนักงานของซิกโก้ลาออกไปอยู่ที่ชินตุงฯ เป็นเรื่องซึ่งเกิดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา พวกที่ลาออกไปเป็นคนในฝ่ายคอมพิวเตอร์และฝ่ายการตลาด โดยกระจายไปอยู่ในหลายบริษัทด้วยกัน

เรื่องโพยหุ้นฮือฮาอยู่ระยะหนึ่งแล้วเงียบไป แต่ที่ยังฮือฮาไม่เสร็จคือเรื่องของชินตุง รัตต ซึ่งเป็นบริษัทในเครือชินตุง กรุ๊ปแห่งฮ่องกงและเริ่มมีบทบาทในฐานะ MARKET MAKER ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงอยู่ไม่น้อยรวมทั้งตลาดซื้อชายล่วงหน้าด้วย ครั้นเกิดตลาดหุ้นวิกฤติเมื่อจันทร์ทมิฬปี 2530 ชินตุงได้รับความเสียหายอย่างหนัก ธนาคารสแตนดาร์ด ชาเตอร์ด (สแตนชาร์ท) ซึ่งเป็นผู้ปล่อยเงินกู้จำนวนมากให้ชินตุงจึงเข้ามาช่วยและซื้อกิจการไปในที่สุด ปัจจุบัน สแตนชาร์ทฯถือหุ้นชินตุงกรุ๊ป ปริมาณมากกว่า 90 % มีการร่วมบริหารงานด้วยในระยะแรก แต่ต่อมาก็ปล่อยให้คณะกรรมการของชินตุงกรุ๊ปที่นำโดย ARTHUR LAI CHEUK KWAN มีผู้ก่อตั้งและประธานคณะกรรมการฯบริหารงานโดยอิสระ

ชินตุงมีเครือช่วยอยู่ในย่านเอเชียนทุกประเทศ ยกเว้นญี่ปุ่น รวมทั้งสำนักงานในยุโรปและแคนาดา นอกจากจะเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดต่าง ๆ แล้ว บทบาทที่โดดเด่นประการหนึ่งคือการจัดหาเงินทุนโดยการออกหุ้นใหม่ ทั้งนี้ชินตุงมีเครือข่ายจำนวนมากที่จะจัดจำหน่ายหุ้นเหล่านี้

ในส่วนของงานวิจัยนั้นชินตุงก็พัฒนาเติบใหญ่จนแยกออกมาตั้งเป็นบริษัทวิจัยต่างหาก ให้บริการข้อมูลตลาดทุนตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจแก่ลูกค้าในทั่วโลก งานวิจัยที่ทำที่ชินตุง รัตต

ก็จะส่งเข้ามาที่หน่วยงานนี้เพื่อส่งเผยแพร่ไปทั่วโลกด้วย

ชินตุงกรุ๊ปเพิ่งจะเข้ามาตั้งสำนักงานในไทยเมื่อปี 2532 ทำงานด้านวิจัยตลาดทุนดูลู่ทางการขยายกิจการในไทยซึ่งในที่สุดก็สามารถร่วมลงทุนกับทาง บง.เฟิสท์ ซิตี้ อินเวสเม้นท์ (เอฟซีไอ) ได้

มร.ลี เล่าให้ "ผู้จัดการ" ฟังว่าเรื่องการร่วมทุนกับทางเอฟซีไอนี้เกิดก่อนที่เขาจะมาเป็นกรรมการผู้จัดการคือเมื่อเดือนกรกฎาคม 2532 มีคนของเอฟซีไอเดินทางไปเจรจากับชินตุงที่ฮ่องกงเพื่อที่จะหาลู่ทางพัฒนาธุรกิจคอร์ปอเรท ไฟแนนซ์

ขณะที่เอฟซีไอต้องการเครือข่ายและคามชำนาญงานในการทำธุรกิจอินเวสเม้นท์ แบงก์ ชินตุงกรุ๊ปก็ต้องการขยายเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดทุน ความต้องการที่สอดคล้องกันจึงลงตัวด้วยการที่ชินตุงกรุ๊ปเข้ามาซื้อหุ้นร่วมทุนในเอฟซีไอ 25% และร่วมกันจัดตั้งบล.ชินตุง รัตต ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาจากบล.เอฟซีไอที่คุณหญิงพัชรี ว่องไพฑูรย์ กรรมการบง.เอฟซีไอ ซื้อมาจากกลุ่มสยามวิทยาของสุระจันทร์ศรีชวาลาเมื่อธันวาคม 2530

ชินตุง รัตต เริ่มรุกในธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์มาหลายเดือน ด้วยปริมาณการซื้อขายเดือนละประมาณพันล้านบาท โดยผ่านคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ไปยังโบรกเกอร์ชั้นนำรวม 6 ราย เช่น ธนชาติ ธนสยาม บุคคลัภย์ สินอุตสาหกรรม เป็นต้น มีสัดส่วนของนักลงทุนต่างชาติ 70% และในจำนวนนี้เป็นชาวฮ่องกงเสีย 30-40%

แม้ชินตุง รัตต จะทำรายได้จากการค้าหลักทรัพย์ได้มากแต่ก็จำเป็นที่จะต้องขยายตัวไปในด้านอื่น ๆ ด้วยโดยเฉพาะการเป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นหรืออันเดอร์ไรต์ ซึ่งชินตุง รัตตไม่มีใบอนุญาตให้ทำกิจการด้านนี้ คงมีใบอนุญาตเพียงแต่การเป็นนายหน้าซื้อขายหุ้น การเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุน และผู้ร่วมจัดจำหน่ายหุ้นเท่านั้น

มร.ลี กล่าวกับ "ผู้จัดการ" ว่า "เราพยายามที่จะขอใบอนุญาตทำอันเดอร์ไรต์ มันมีความหายต่อธุรกิจของชินตุงมาก เพราะเครือข่ายต่าง ๆ ชินตุงมีอยู่พร้อม โดยเฉพาะความชำนาญจากบริษัทแม่และจากสแตนชาร์ทฯ"

นอกจากนี้แล้วชินตุง รัตต ก็เริ่มที่จะเข้าไปหารายได้จากค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในการทำคอร์ปอเรท ไฟแนนซ์ทำเรื่องการร่วมทุน การซื้อกิจการทั้งในประเทศและนอกประเทศการเป็นที่ปรึกษาบริษัทที่ต้องการเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

เมื่อตุลาคม 2532 สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดเอเชีย ซึ่งเป็นอินเวสเม้นท์แบงก์ของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ก็ได้รวบรวมบริษัทในเครือมาร่วมงานกับบล.กองทุนรวมจัดตั้งกองทุนไทยเอเชียฟันด์วงเงิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ขายหน่วยลงทุนให้นักลงทุนชาวฮ่องกงเพื่อนำเงินมาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทย

กองทุนดังกล่าว มีสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดเอเชียเป็นผู้จัดและประกันการจำหน่าย ชินตุง บริษัทชิมิต้าฯ (SCIMITAR ASSET MANAGEMENT ASIA LTA.) ซึ่งเป็นบริษัทด้านการลงทุนของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดแบงก์เป็นที่ปรึกษากองทุนระหว่างประเทศ และธนาคารสแตนชาร์ทฯเป็นคัสโตเดียนหรือผู้รับฝากทรัพย์สินของกองทุน

แต่ความสำเร็จในกองทุนไทยเอเชียฯก็ไม่ได้ทำให้ชินตุงคิดตั้งกองทุนอีก เพราะมันมีความยุ่งยากหลายประการในด้านของกฎหมายไทยและการขายหน่วยลงทุน

แม้ว่าธนาคารสแตนชาร์ทฯจะไม่ได้เข้ามามีส่วนในด้านการบริหาร แต่ก็ทำให้ความร่วมมือในด้านของการส่งผ่านลูกค้าเพื่อลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อำนวยความสะดวกด้วยเครือข่ายต่าง ๆ ของธนาคารที่มีอยู่ในทั่วโลก และเป็นคัสโตเดียนรับฝากทรัพย์สินดังที่กล่าวมา

ด้วยเหตุที่มีธนาคารสแตนดาร์ดชาร์ทเตอร์ดและบริษัทในเครือหนุนหลังอยู่นี่เองมร.จึงดูมีความมั่นใจในการจะสร้างให้ชินตุงรัตต ผงาดขึ้นมาในวงการค้าหลักทรัพย์ไทย ซึ่งบทบาทอันนี้ก็เป็นภารกิจของชายมาเลย์วัย 48 คนนี้ที่มีประสบการณ์อันโชกโชนมาจากตลาดหลักทรัพย์กัวลาลัมเปอร์นานถึง 10 ปีเต็ม



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.