ความลำบากของเศรษฐี" เมื่อเอสโซ่พัฒนาระบบโอเอในไทย


นิตยสารผู้จัดการ( พฤษภาคม 2529)



กลับสู่หน้าหลัก

"ขณะนี้ในหน่วยงานสำคัญ ๆ ของเราจะต้องมีจอ 2 จอ อันนี้ก็เป็นความลำบากของเศรษฐี (อย่างเอสโซ่) อย่างหนึ่ง คือจอหนึ่งสำหรับเอาข้อมูลจากคอมพิวเตอร์มาอีกจอหนึ่งสำหรับส่งข้อมูลไป" พิสิษฐ์ จิรภิญโญ รองผู้จัดการฝ่ายจัดส่งวิศวกรรม บริษัท เอสโซ่ สแตนดาร์ดประเทศไทย จำกัด เล่าให้ฟังถึงความยากลำบากในการพัฒนาระบบ OFFICE AUTOMATION หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่าระบบ O.A. (โอเอ) ขึ้นในเอสโซ่ซึ่งปัจจุบันเอสโซ่เป็นบริษัทที่พัฒนาระบบโอเอก้าวหน้าที่สุดในประเทศไทย

พิสิษฐ์นั้นเพิ่งย้ายมาอยู่ฝ่ายจัดส่งวิศวกรรมไม่กี่เดือนนี้เอง ก่อนหน้านี้เขาคลุกคลีอยู่กับฝ่ายคอมพิวเตอร์มาตลอดเวลาการทำงาน 17 ปีที่เอสโซ่ในไทย และเป็นผู้พัฒนาระบบโอเอในเมืองไทยเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมานี้ หลังจากที่บริษัทแม่ในสหรัฐฯ เริ่มพัฒนามาได้ 2 ปีเต็มๆ แล้ว

ด้วยพื้นฐานปริญญาตรีและโทวิศวกรรมไฟฟ้าจากญี่ปุ่น ก็ดูเหมือนจะทำให้พิสิษฐ์ค่อนข้างจะชื่นชมกับการพัฒนาทางเทคโนโลยีของญี่ปุ่นในด้านคอมพิวเตอร์ว่าจะไปได้เร็วกว่าสหรัฐฯ ในวันข้างหน้านี้

"ผมว่าญี่ปุ่นจะสามารถพัฒนาคอมพิวเตอร์ที่รับคำสั่งด้วยคำพูดได้เร็วกว่าอเมริกาเพราะญี่ปุ่นมีเสียงพูดแค่ 50 เสียง ในขณะที่อเมริกามีเสียงพูดมากกว่ากันเยอะ" พิสิษฐ์พูดถึงคอมพิวเตอร์ในวันข้างหน้าที่ไม่ต้องมีคีย์บอร์ด ซึ่งจะทำให้คอมพิวเตอร์รับใช้มนุษย์ได้อีกเหลือคณานับ

กลับมาที่ระบบโอเอของเอสโซ่ ที่นี่ใช้โอเอในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในออฟฟิศอย่างน่าทึ่ง จากเดิมที่ต้องใช้เวลาถึง 3 เดือนในการทำงบดุลประจำปี แต่เดี๋ยวนี้ไม่เกินวันที่ 15 มกราคม ของทุกปีก็สามารถส่งงบดุลให้กับบริษัทแม่ในต่างประเทศได้แล้ว

"แต่ที่ดีที่สุดมันควรจะเป็นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากปิดงบปลายปีแล้ว ซึ่งผมคิดว่าในอนาคตอันใกล้นี้มันจะต้องเป็นไปได้"

นอกจากนั้นการมีระบบโอเอ ก็ช่วยให้สามารถเชื่อมโยงการใช้คอมพิวเตอร์ในการเก็บข้อมูลกับการรับส่งเอกสารระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้รวดเร็วและมีความถูกต้องแม่นยำขึ้น เพราะคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงกันแล้วนี้จะทำให้งานเอกสารกลายเป็นเรื่องไร้สาระไปเลย

"ของเรามีอยู่ 2 ระบบคือ ระบบตัวเลขข้อมูลกับระบบเอกสาร และเมื่อต้องทำทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วย ก็เลยทำให้เราต้องมีเน็ตเวิร์กถึง 4 เน็ตเวิร์กด้วยกันแต่ข้อเสียของระบบคอมพิวเตอร์ปัจจุบันก็คือเราจะใช้เครื่องที่บันทึกข้อมูลมาส่งเอกสารไม่ได้ เราก็เลยต้องใช้ทั้ง 2 เครื่องพร้อมกัน เพราะบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งทำเรื่องคำนวณได้เร็วมากไม่สนใจเรื่องส่งเอกสาร ในขณะที่ยักษ์เล็กที่เก่งเรื่องส่งเอกสารก็ทำคำนวณไม่เก่งแล้ว 2 ยี่ห้อนี้ก็ไม่พูดกัน เรามีหน้าที่จับยักษ์ 2 ตัวนี้มาเชื่อมกันแต่มันก็เสียเวลามาก เราอยากให้มันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เวลาส่งข้อมูลชิ้นหนึ่งมันควรจะมีจุดเดียวและทำได้ทุกอย่าง"

นี่คือมูลเหตุที่ทำให้ยักษ์น้ำมันอย่างเอสโซ่ต้องลำบากใจอยู่กับจอเทอร์มินอล 2 จออย่างที่ว่าในตอนแรก

แต่ความฝันของพิสิษฐ์ก็ยังไม่เป็นความจริง ได้แต่หวังว่ายักษ์ใหญ่กับยักษ์เล็กทั้ง 2 จะพูดคุยกันรู้เรื่องในวันหนึ่งข้างหน้า ที่น่าขำก็คือแม้แต่บริษัทแม่ในอเมริกาก็เจอปัญหานี้เหมือนกันและก็ยังปวดขมับกับปัญหาหญ้าปากคอกเช่นนี้ ไม่ต่างกันเท่าไหร่

ใครอยากรู้ว่ายักษ์ใหญ่ ยักษ์เล็กที่ว่าเป็นยี่ห้อใด ลองถามคนในวงการคอมพิวเตอร์คนไหนดูก็ได้

มีปัญหาหนึ่งที่คนชอบถามกันมากๆ ก็คือเมืองไทยพร้อมหรือยังกับการนำระบบโอเอเข้ามาใช้ เพราะยังมีแรงงานคนว่างงานอยู่เหลือเฟืออย่างทุกวันนี้

"ผมไม่ชอบคำถามนี้เลยมันอยู่ที่ว่าเราอยากทำหรือเปล่า และเรามีกำลังทรัพย์พอหรือเปล่า ผมว่าคิดให้ดีแล้วคุณเริ่มได้เลยไม่ต้องมาห่วงเรื่องคนตกงานหรอก เพราะเขาวิจัยกันแล้วคอมพิวเตอร์สร้างงานใหม่ๆ ให้คนมากกว่าที่มันมาแทนที่เสียอีก แล้วขอทีอย่างคิดเพียงแค่ว่า จะเอาคอมพิวเตอร์มาใช้แทนแค่พิมพ์ดีด ถ้าจะใช้คุณต้องใช้ให้เป็นระบบ แล้วค่อยๆ พัฒนาขึ้นมา ถ้าคิดได้อย่างนี้ โอ.เค. ..."

คุณอยากเอาระบบโอเอมาใช้ในสำนักงานของคุณหรือยังล่ะ



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.