หมายเหตุบรรณาธิการ

โดย สนธิ ลิ้มทองกุล
นิตยสารผู้จัดการ( พฤษภาคม 2529)



กลับสู่หน้าหลัก

บางครั้งการจะทำหนังสือดีๆ ออกมาสักเล่มหนึ่งก็ไม่ใช่ของง่ายนัก

ในฐานะที่เป็นบรรณาธิการ บางเวลาเรามักจะเจอปัญหาที่คิดไม่ตก และปัญหานั้นก็คือปัญหาของเรื่องรายได้

กองทัพเดินด้วยท้องฉันใด หนังสือเล่มหนึ่งจะอยู่ได้ก็เพราะรายได้ฉันนั้น

รายได้ในที่นี้ สำหรับ “ผู้จัดการ” แล้ว คือรายได้จากการขายหนังสือและรายได้จากการโฆษณา

กองบรรณาธิการหนังสือฉบับนี้มักจะต้องเจอปัญหาในเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา ในการทำข่าวธุรกิจขึ้นมาสักชิ้นหนึ่ง ถ้าข่าวนั้นตีพิมพ์ออกไปและผู้ที่อยู่ในข่าวนั้นเผอิญเป็นลูกค้าโฆษณาของเราด้วย และข่าวชิ้นนั้นก็อาจจะทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทที่ลงโฆษณากับเราออกมาในแง่ลบ เราจะทำอย่างไรดี?

เพราะถ้าเราลงไป เราก็คงจะต้องถูกตัดโฆษณาอย่างแน่นอนที่สุด!

แต่ถ้าเราไม่ลงล่ะ! เราก็คงจะนอนไม่หลับเป็นแน่แท้ เพราะหนังสือเล่มนี้ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อ 3 ปีที่แล้วและเจริญเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็วก็เพราะมีคนซื้ออ่านและมีคนนิยมมาก

จากจุดของความนิยมนี้แหละที่ทำให้เจ้าของสินค้าเล็งเห็นว่าหนังสือเล่มนี้เป็นสื่อที่ดีสำหรับสินค้าของเขาก็เลยลงโฆษณา

ฉะนั้น เมื่อคิดได้เช่นนี้ “ผู้จัดการ” ก็เลยมีมติขึ้นมาว่า ข่าวอะไรก็ตามถ้ามีความจำเป็นจะต้องลงก็ต้องลง!

ไม่เช่นนั้นแล้ว เราก้มหน้าก็จะอายดินและเงยหน้าก็จะอายฟ้า

เหมือนอย่างเช่นกรณี สุวัฒน์ แดงพิบูลย์สกุล ฟ้องบริษัทโกดัก (ประเทศไทย) จำกัด ต่อศาลแรงงานในเรื่องที่เราจะลงต่อไปนี้

เดิมทีเราไม่ได้ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น อาจจะเป็นเพราะว่าเราไม่ได้ให้ความสนใจและก็ไม่รู้

แต่มาวันหนึ่งก็มีเจ้าหน้าที่ของโกดักหลายคนและหลายหน้าที่บอกผ่ายฝ่ายโฆษณามายังเราว่า เรื่องโกดักถูกฟ้องร้องนั้นขอให้เก็บข่าวไว้หน่อย และปีหน้าโกดักกำลังแพลนโฆษณาให้หนังสือ “ผู้จัดการ” อยู่ มิหนำซ้ำยังมีผู้บริหารระดับสูงของโกดักคนหนึ่งไปพร่ำในงานเลี้ยงหางไก่แห่งหนึ่ง ที่เราเผอิญไปร่วมด้วยและได้ยินเขาพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “เรื่องฟ้องร้องนี่เราปิดข่าวได้หมดเพราะหนังสือทุกเล่มต้องพึ่งพาอาศัยเราในเรื่องโฆษณา”

เท่านั้นเองครับ ท่านผู้อ่านที่เคารพ มันเหมือนกับใครถ่มเสมหะใส่หน้าเราแล้วบังคับให้เรายอมรับอย่างหน้าชื่นตาบาน

เรารีบมาค้นเรื่องที่ศาลแรงงานเป็นเดือนถึงจะเจอเรื่อง สุวัฒน์ฯ ฟ้องโกดัก

เราไม่ได้สนใจว่าใครถูกใครผิดในประเด็นแรก ตาเราสนใจเรื่องนี้มากเพราะ:-

1. เป็นพนักงานบริหารระดับสูงฟ้องบริษัทข้ามชาติ (กรณีเดียวกับที่เราเคยทำเรื่องทัศนียาฯ ฟ้องสายการบิน SAS)

2. เป็นคดีแรกที่พนักงานยังทำงานอยู่ในบริษัทและฟ้องบริษัท

เมื่อเราสืบเสาะเรื่องได้มากขึ้นและลึกเข้าไปอีก เราคิดว่าน่าจะเป็นปากเสียงให้สุวัฒน์ฯ เขาเสียหน่อย ไม่ใช่เพราะว่าเรารู้จักสุวัฒน์หรือไม่? แต่เพียงความกล้าหาญของเขาที่กล้าฟ้องบริษัทอย่างโกดักทั้งๆ ที่ยังนั่งทำงานอยู่ ก็เป็นวีรกรรมที่สมควรจะชมเชยอยู่แล้ว

ยิ่งมาได้ยินผู้บริหารปากเสียของบริษัทโกดักที่บอกว่าปิดหน้าหนังสือพิมพ์ได้ด้วยโฆษณา ยิ่งทำให้เราเห็นว่า สุวัฒน์ฯ เป็นคนโดดเดี่ยว น่าสงสาร เพราะสุวัฒน์คงไม่มีปัญญาที่จะมีงบโฆษณามาล่อหนังสือพิมพ์ได้

ฝ่ายโฆษณาเราก็คงจะเสียใจมากที่เราลงเรื่องนี้ไป เพราะนั่นย่อมหมายถึงงบโฆษณาเป็นแสนที่อาจจะหลุดลอยไป

แต่เขาก็จะเข้าใจและเห็นใจเราเพราะเขารู้ว่าถ้าเราไม่มีอุดมการณ์และคุณธรรมแล้ว ก็คงไม่มีคนอ่านหนังสือเรามากถึงขนาดนี้หรอก

และถ้าหนังสือเล่มนี้ไม่มีคนนิยมมากแล้ว ไปกราบเท้าให้เขาลงโฆษณากับเรา เขาก็คงจะไม่มีวันลงแน่ๆ

เราไม่ได้โกรธอะไรกับโกดัก ทุกวันนี้เราก็ยังใช้ฟิล์มโกดักถ่ายรูปอยู่ แต่ถ้าโกดักไม่ลงโฆษณากับเราตามคำขอร้องแกมขู่ของเจ้าหน้าที่ด้านนี้ที่รู้ว่าเราจะลงเรื่องนี้เมื่อไม่นานมานี้เอง

เราก็ไม่ว่าโกดัก และเราก็เข้าใจโกดัก!

แต่เราก็ต้องลง เพราะเรากลัวเราจะนอนฝันร้ายไปตลอดชีวิต

และเรากลัวสุวัฒน์ฯ จะผิดหวังในสื่อมวลชนของคนไทย

เราเพียงอยากจะบอกให้โกดักรู้ว่า “ลูกผู้ชายมีบ้างพึงกระทำ และมีบ้างไม่พึงกระทำ”

และคนเราเกิดมาครั้งหนึ่งก็ควรจะทำสิ่งที่มีความหมายในชีวิตบ้าง ถึงจะนอนได้ตาหลับ

พนักงานโกดักจะแปลข้อเขียนเราให้นายหัวที่เป็นฝรั่งอ่านบ้างก็จะเป็นอานิสงส์แก่บริษัทโกดัก (ประเทศไทย) จำกัด

เราเองก็ต้องการให้โกดักได้อานิสงส์มากกว่านี้ ก็เลยตัดสินใจแปลข้อเขียนของเราส่งไปให้ประธานกรรมการของโกดักที่สำนักงานใหญ่เมืองโรเชสเตอร์ได้อ่านแล้ว

สำหรับคนไทยทั้งหลายที่ทำงานร่วมกับสุวัฒน์ฯ ในบริษัทโกดัก (ประเทศไทย) จำกัด เราทราบดีว่าพวกคุณอาจจะถูกเพ่งเล็งจากฝรั่งและเจ้านาย ถ้ายังพูดคุยและให้ความสนิทสนมกับสุวัฒน์ฯ อยู่ เพราะคุณก็ห่วงว่างานที่เงินเดือนสูงๆ อย่างนี้ถ้าตกงานแล้วจะไปหางานที่ไหนทำ

แน่นอนคุณต้องห่วงว่าคุณจะเอาเงินที่ไหนมาผ่อนบ้าน ผ่อนรถ มาใช้จ่าย ฯลฯ

แต่เราเพียงขอให้คุณเห็นใจและเข้าใจสุวัฒน์เขาบ้าง ว่าที่เขาทำไปเช่นนั้นเพราะหลักการ

และความถูกต้อง ก่อนที่ศาลจะพิสูจน์ว่าใครถูกใครผิด พวกคุณไม่น่าจะทำร้ายจิตใจสุวัฒน์เขาด้วยวิธีนี้เลย

อย่าลืมว่าสักวันหนึ่งคุณอาจจะต้องอยู่ในสภาพของสุวัฒน์ฯ เขาก็ได้ !

ก็คงอีกไม่นานนี้แหละที่คดีแรงงานและคดีอาญาในเรื่องการปลอมแปลงเอกสารและส่งเอกสารเท็จให้ศาลก็จะต้องสิ้นสุดลง

เมื่อถึงวันนั้นก็คงจะรู้ว่ามีใครติดคุกบ้างหรือเปล่า?

ผู้ชนะอาจเป็นผู้แพ้ที่ยับเยินก็ได้

และเมื่อถึงวันนั้น ผู้แพ้อยากจะให้เราเป็นปากเสียงให้ ไม่ว่าจะเป็นสุวัฒน์หรือโกดักเอง เราก็พร้อมจะทำหน้าที่ของเราโดยไม่เกี่ยงงอนเลย

สนธิ ลิ้มทองกุล

บรรณาธิการ



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.